10 ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด ที่ช่วยป้องกันโรคหวัด-ภูมิแพ้ได้ดี

ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากผลไม้วิตามินซีสูงช่วยป้องกันโรคหวัดและภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี เราไปดูกันว่า 10 ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดมีอะไรบ้าง

ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี มีประโยชน์อย่างไร?

ในปัจจุบันผู้คนหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การทำสมาธิ การทำจิตใจให้ผ่องใส และการเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายของเรา การเลือกรับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีก็เป็นสิ่งที่นิยมมากขึ้น เพราะมีส่วนสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากวิตามินซี (Vitamin C) หรือ กรดแอสคอบิค (Ascobic Acid) เป็นวิตามินที่ร่างกายของเราไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง ทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพที่แปรผันตรงกับอายุและการดูแลร่างกาย จึงจำเป็นอย่างมากในการรับประทานผักและผลไม้วิตามินซีสูง เพราะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหวัด โรคภูมิแพ้ โรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยต้านแบคทีเรียและไวรัส ช่วยเส้นเลือดอุดตันในหลอดลม เป็นต้น โดยในประเทศไทยสามารถหาซื้อผักและผลไม้ได้ทั่วทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นตลาดสด แผนกของสดในห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่รถกับข้าวที่ขับมาขายถึงหน้าบ้าน เมื่อพูดถึงผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดหลายคนคงนึกถึงผลไม้ตระกูลส้มและสตรอว์เบอร์รี แต่ขอเกริ่นก่อนเลยว่าทั้งสองชนิดนี้ไม่ได้มีวิตามินซีสูงสุด ยังมีผลไม้ที่เราคาดไม่ถึงว่าจะมีวิตามินซีสูงได้ขนาดนี้เชียวหรือ? แถมยังมีปลูกในประเทศไทยอีกด้วย เผลอ ๆ บางบ้านก็มีปลูกไว้ในสวน อยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่าคือผลไม้อะไร?

สำหรับผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงนั้น ได้แก่ 1. มะขามป้อม ในมะขามป้อน 100 กรัม จะมีวิตามินซี 276 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุดในโลก ส่วนใหญ่มักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคในหลายชนิด เช่น แก้ไอ แก้เจ็บคอ บรรเทาไข้หวัดใหญ่ วัณโรค และภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นต้น จากการวิจัยพบว่ามะขามป้อมมีสารป้องกันการเกิดออกซิไดซ์ของวิตามินซี ทำให้ไม่เสื่อมสภาพแม้ถูกความร้อน 2. ฝรั่ง ในฝรั่ง 100 กรัม มีวิตามิน 160 มิลลิกรัม แม้จะเป็นผลไม้ที่ไม่มีรสเปรี้ยวกลับอุดมไปด้วยวิตามินซีสูงโดยเฉพาะบริเวณเปลือกของฝรั่ง แต่ฝรั่งผลสุกกลับมีปริมาณวิตามินซีลดลง หรือฝรั่งที่ถูกเก็บจากต้นแล้วทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำให้วิตามินซีในฝรั่งเสื่อมสภาพได้เช่นกัน 3. ส้ม อยากรู้แล้วใช่ไหมว่า ส้มมีวิตามินซีเท่าไร โดยในส้ม 100 กรัม จะมีวิตามินซี 53.2 มิลลิกรัม จากการที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานทำให้เรามักจะเลือกซื้อส้มมารับประทาน เพราะนอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิดยังมีใยอาหารที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าฝรั่งมีวิตามินซีมากกว่าส้ม 4. สตรอวร์เบอร์รี่ ในสตรอวร์เบอร์รี่ 100 กรัม จะมีวิตามินซี 58.8 มิลลิกรัม นอกจากจะมีวิตามินซียังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ รวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ช่วยบำรุงดวงตาและช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง ยิ่งในผลสดจะพบว่าให้วิตามินในปริมาณมาก 5. ลิ้นจี่ ในลิ้นจี่ 100 กรัม จะมีวิตามินซี 71.5 มิลลิกรัม ด้วยรสที่หวานมีกลิ่นหอมมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดทำให้ลิ้นจี่เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ควรรับประทานอยู่บ่อยครั้ง จากการศึกษาพบว่า การรับประทานลิ้นจี่วันละ 3 ลูกจะทำให้ร่างกายของเราได้รับวิตามินซีในปริมาณที่ต้องการ

ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดมีอะไรบ้าง? และผักผลไม้วิตามินซีสูงมีปริมาณเท่าไร?

นอกจากผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดแล้ว เราไปดูกันว่ามีผักอะไรบ้างที่มีวิตามินซีสูงที่สุด 1. ผักคะน้า ในผักคะน้า 100 กรัม มีวิตามินซี 147 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าเป็นผักที่มีวิตามินซีสูงที่สุด โดยผักคะน้าสามารถรับประทานได้ตั้งแต่ยังมีขนาดเล็กไปจนถึงออกดอก สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย มีคุณสมบัติต้านการเกิดมะเร็ง กำจัดสารพิษในร่างกายและช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้ดีขึ้น 2. ใบมะรุม ในใบมะรุม 100 กรัม มีวิตามินซี 141 มิลลิกรัม เป็นผักที่มีวิตามินซีสูงที่สุดรองจากผักคะน้าและมีปริมาณมากกว่าผลไม้วิตามินซีสูงหลายชนิด เนื่องจากเป็นพืชพื้นบ้านและสามารถรับประทานได้ทุกส่วนของต้นทำให้ใบมะรุมเป็นที่นิยมในการนำมาประกอบอาหาร ส่วนของใบมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยลดไข้ ทำให้นอนหลับง่าย ช่วยต้านอนูมูลอิสระและป้องกันแผนในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย 3. ผักปวยเล้ง ในผักปวยเล้ง 100 กรัม มีวิตามินซี 120 มิลลิกรัม และอุดมไปด้วยเหล็ก แคลเซียม โพแทสเซียม กรดโฟลิกที่เป็นส่วนประกอบจำเป็นในการสร้างสารเซโรโทนิน (Serotonin) ในระบบเซลล์ประสาท ที่ช่วยเรื่องสุขภาพได้ดีกว่าผลไม้ที่มีวิตามินซีบางชนิด 4. บรอกโคลี ในบรอกโคลี 100 กรัม มีวิตามินซี 89.2 มิลลิกรัม สามารถรับประทานได้ทั้งส่วนดอกและลำต้นที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด สามารถช่วยต้านโรคมะเร็งได้ 5. พริกหวาน ในพริกหวาน 100 กรัม มีวิตามินซี 80.4 มิลลิกรัม และมีเบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 โพแทสเซียม เหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระ ในผลที่แก่จะให้วิตามินซีเพิ่มขึ้น 2 เท่า สามารถรับประทานได้ทั้งผลสดและนำมาปรุงสุกในเมนูอาหาร 

มาดูตารางวิตามินซีในผลไม้และผักกันว่ามีปริมาณเท่าไรบ้าง (คิดเป็น 100 กรัม ต่อหน่วยมิลลิกรัม) ในผลไม้สด เชอร์รี่  10 มิลลิกรัม, กล้วย 8.7 มิลลิกรัม, แอปเปิล 4.6 มิลลิกรัม, องุ่น 4 มิลลิกรัม, กีวี่ 92.7 มิลลิกรัม, มะนาวฝรั่ง(เลม่อน) 53 มิลลิกรัม, แตงไท 31 มิลลิกรัม, มะม่วง 36.4 มิลลิกรัม, ส้ม 53.2 มิลลิกรัม, สับปะรด 47.8 มิลลิกรัม, สตรอว์เบอร์รี่ 58.8 มิลลิกรัม, มะเขือเทศ 13.7 มิลลิกรัม, อะโวกาโด 10 มิลลิกรัม, มะละกอ 62 มิลลิกรัม, เคอร์แรนต์ 4.7 มิลลิกรัม และลิ้นจี่ 71.5 มิลลิกรัม ในผักสด หน่อไม้ฝรั่ง 15-30 มิลลิกรัม, บล็อกโคลี่ 80-90 มิลลิกรัม, ถั่วต่าง ๆ 10-15 มิลลิกรัม, กะหล่ำปลี 30-70 มิลลิกรัม, แครอท 5-10  มิลลิกรัม, แตงกวา 6-10 มิลลิกรัม, ดอกกะหล่ำ 50-70 มิลลิกรัม, มะเขือ 15-20 มิลลิกรัม, คะน้า 70-100 มิลลิกรัม, มันฝรั่ง 4-30 มิลลิกรัม, ฟักทอง 15 มิลลิกรัม, ปวยเล้ง 35-40 มิลลิกรัม, ผักสลัด 10-30 มิลลิกรัม, พาร์สลีย์ 200-300 มิลลิกรัม, พริกหวาน 150-200 มิลลิกรัม และผักชี 90 มิลลิกรัม จะเห็นได้ว่าสับปะรดมีวิตามินซีอยู่ในปริมาณกลาง ๆ แล้วมะนาวมีวิตามินซีเท่าไร? สำหรับมะนาวมีวิตามินซี 29.1 มิลลิกรัมซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ เช่นกัน สามารถรับประทานผลสุกด้วยการคั้นน้ำหรือนำไปประกอบอาหารได้เช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *