เห็ดหลินจือ สรรพคุณที่มากล้นจนถูกยกให้เป็นราชาแห่งสมุนไพร

เห็ดหลินจือเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ถูกใช้ในทางการแพทย์แผนจีนมาอย่างยาวนาน เห็ดหลินจือถูกจัดให้เป็นเห็ดที่มีอายุยืนยาวและมีชื่อเสียงมากที่สุดในตำราสมุนไพรจีน เนื่องจากในอดีตไม่มียาปฏิชีวนะ ทำให้แพทย์ในสมัยนั้นใช้เห็ดหลินจือในการรักษาโรคต่าง ๆ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาแห่งสมุนไพรจีนที่สามารถรักษาได้แทบทุกโรค เพราะเห็ดหลินจือมีสารอาหารที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมากมาย ทั้งเส้ยใยต่าง ๆ ไขมัน โปรตีน คาโบไฮเดรต วิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี ทองแดง แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม เซเลเนียม โพแทสเซียม รวมไปถึงสารโมเลกุลชีวิตที่สำคัญอย่าง ไตรเทอร์พีน พอลิแซ็กคาไรด์ นิวคลีโอไทด์ เออร์โกสเตอรอล และเจอมาเนียม เป็นต้น สารอาหารที่มีหลากหลายนี้ส่งผลให้เห็ดหลินจือ สรรพคุณมีมากตามด้วยเช่นกัน ได้แก่ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เสริมกำลัง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย แก้ปวดเมื่อยปวดข้อ ลดน้ำตาลในเลือด คุมอาการโรคเบาหวาน ป้องกันโรคหัวใจ ลดไขมันในเลือด ช่วยให้ความจำดี ป้องกันโรคหลงลืมหรืออัลไซเมอร์ ล้างสารพิษในร่างกาย บำรุงสายตา ชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ ลดความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะได้ดี ช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด ลดอาการปวดประจำเดือน แก้สรรถภาพในเพศชายที่เสื่อม ยับยั้งเชื้อไวรัส เช่น อีสุกอีใส งูสวัด เป็นต้น ซึ่งเห็ดหลินจือที่นำมาใช้เป็นอาหารเสริมนี้ถูกนำมาแปรให้สามารถรับประทานได้หลากหลายชนิด ทั้งในส่วนของตัวดอกเห็ดและสปอร์เห็ดหลินจือที่ล้วนได้รับความนิยมทั้งสิ้น

เห็ดหลินจือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Lingzhi mushroom หรือ Reishi mushroom และเห็ดหลินจือ ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum (Curtis) P. Karst ที่จัดอยู่ในวงศ์ Ganodermataceae สามารถขึ้นได้ตามธรรมชาติมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยมีสายพันธุ์สีแดง หรือเห็ดหลินจือแดงที่มีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุด หรือที่เรียกว่า กาโนเดอร์มา ลูซิดัม (Ganoderma lucidum) ในปัจจุบันมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเห็ดหลินจือเป็นจำนวนมาก ผู้ที่ต้องการซื้อควรศึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก การเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสมเพื่อให้ได้คุณภาพดี ทั้งควบคุมความชื้นและแสงสว่าง รวมไปถึงสารอาหารที่จะได้รับและขั้นตอนการแปรรูปการบรรจุภัณฑ์ แล้วเห็ดหลินจือ กินตอนไหนดีที่สุด? การรับประทานเห็ดหลินจือนั้นเหมาะกับการรับประทานขณะท้องว่างก่อนมื้อเช้า แล้วดื่มน้ำเปล่าตามในปริมาณมาก การรับประทานร่วมกันกับวิตามินซีก็จะช่วยเสริมสรรพคุณให้เห็ดหลินจือทำงานได้ดีขึ้น สำหรับการทานเห็ดหลินจือในครั้งแรก อาจทำให้รู้สึกเวียนหัว ปวดตา เนื่องจากสรรพคุณที่ช่วยขับพิษออกจากร่างกายทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ในช่วงแรก เป็นสัญญาณที่ดีว่าเห็ดหลินจือกำลังทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ช่วยฟื้นตัวของร่างกาย ปรับสมดุลให้ร่างกายกลับมาปกติมากที่สุด โดยอาการเหล่านี้จะมีในช่วง 2-7 วัน จากนั้นก็จะกลับสู่ปกติ

เห็ดหลินจือแบบไหนดีที่สุด กินสปอร์เห็ดหลินจือดีกว่าจริงไหม?

ซึ่งเห็ดหลินจือที่ถูกนำมาสกัดและได้รับความนิยมมากที่สุดคือ สายพันธุ์สีแดง ที่ผ่านกระบวนการดึงสารสำคัญทางยาออกมา ทำให้ได้เห็ดหลินจือสรรพคุณทางยาสูง โดยส่วนใหญ่แล้วเห็ดหลินจือสกัดมีลักษณะเป็นผงสีน้ำตามเข้ม มีความแห้งละเอียด สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ส่วนน้ำเห็ดหลินจือสกัดเข้มข้นนั้นผ่านกระบวนการสกัดออกมาเป็นน้ำที่มีความเข้มข้นสูง ดื่มง่าย และอีกหนึ่งอย่างที่มีชื่อเสียงมากคือ สปอร์เห็ดหลินจือ ที่มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาล รสจืด มีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งสปอร์ของเห็ดจะอุดมไปด้วยสารออกฤทธิ์เข้มข้นกว่าการใช้ดอกนำมาสกัดหรือแบบต้ม เนื่องจากส่วนสปอร์เห็ดชนิดนี้มีสารอาหารประเภทโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ ยังทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายอีกด้วย การตัดสินใจเลือกรับประทานเห็ดหลินจือจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มกับราคาที่จ่ายไป เพื่อให้ได้สุขภาพที่ดี เพราะประสิทธิภาพของเห็ดหลินจือคือราชาแห่งสมุนไพรที่แท้จริง ด้วยเทคนิคการเพาะปลูกและการวิจัยที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีในยุคนี้ทำให้สามารถถึงสารสำคัญของเห็ดหลินจือออกมาได้ดี มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

แล้วใครบ้างที่ไม่ควรทานเห็ดหลินจือ ผลข้างเคียงที่ส่งผลเสียต่อผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้ที่แพ้เห็ด หากรับประทานเข้าไปอาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ หากมีอาการปากแห้ง คอแห้ง มีผื่นคัน ปวดท้อง ปวดหัว มีเลือดกำเดาไหล ควรยุดรับประทานและพบแพทย์ทันที นอกจากนั้นยังมีกลุ่มที่ไม่ควรรับประทานเห็ดหลินจืออยู่เช่นกัน ได้แก่ 1.ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำควรหลีกเลี่ยงเป็นอันขาด เพราะเห็นหลินจือมีคุณสมบัตลดความดันยิ่งทานเข้าไปจะเป็นอันตรายได้ 2.คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องให้นมบุตร 3.ผู้ที่กำลังจะผ่าตัด เนื่องจากเห็นหลินจือทำให้เลือดลมไหลเวียนดีอาจทำให้ระหว่างผ่าตัดเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่เลือดจะออกมากขึ้น ควรงดทาน 2 สัปดาห์ขึ้นไปก่อนผ่าตัด 4.ผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติหรือมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ 5.ผู้ที่เป็นโรคพุ่มพวง 6.ผู้ป่วยที่รับประทานยาบางชนิด เช่น แอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และ 7.ผู้ป่วยที่ต้องทานยากดภูมิคุ้มกัน สำหรับเห็ดหลินจือ ราคาจะแตกต่างกันไปตามสารสำคัญทางตัวยาและการเพิ่มส่วนผสมอื่นในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ โดยสามารถเลือกซื้อได้ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหมื่น นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของเห็ดหลินจืออีกด้วย โดยเราขอแนะนำ เห็ดหลินจือ ดร.สุรพล ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีงานวิจัยเด้านเห็ดหลินจืออย่างมากมาย มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับหลากหลายรูปแบบ เช่น สารสกัดเห็ดหลินจือ ยาสปอร์เห็ดหลินจือ น้ำเห็ดหลินจือสกัด กาแฟผสมเห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือสกัด เห็ดหลินจือสกัดเข้มข้น และเครื่องดื่มเห็ดหลินจือน้ำผึ้งผสมสปอร์ เป็นต้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น