ลดน้ำหนัก อย่างไรให้หุ่นฟิต แบบฉบับปี 2020

การลดน้ำหนักในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายวิธีให้เลือกและสามารถทำตามได้ง่าย แต่การลดน้ำหนักให้ถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามและต้องใส่ใจถึงรายละเอียดของวิธีลดน้ำหนักที่แท้จริง เพราะจะทำให้เสียสุขภาพ อันตรายต่อร่างกายและระบบเผาผลาญ และอาจเกิดอาการเอฟเฟ็กต์ที่เรียกว่าโยโย่ทำให้ได้ไม่คุ้มเสียกับสิ่งที่ลงทุนลงแรงไป สิ่งเหล่านี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ได้อีกว่า คุณหักโหมเกินไปหรือไม่ ทำเกินความพอดีหรือไม่ ซึ่งการลดน้ำหนักที่ดีมีสิ่งหลัก ๆ ที่ควรทำควบคู่กันไปพร้อมกัน ได้แก่ การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ การควบคุมอาหารในเมนูลดน้ำหนัก การเลือกเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ การรับประทานอาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนัก ไปจนถึงการทำสมาธิเพื่อควบคุมความยากอาหารแบบตามใจปาก หรือหากไม่มีเวลาออกกำลังกายก็สามารถเลือกทานอาหารที่ช่วยลดน้ำหนักโดยไม่ส่งผลเสียได้

คำว่า ลดน้ำหนัก ภาษาอังกฤษ คือ lose weight ส่วนคำว่า ไดเอ็ท(diet) เป็นการลดน้ำหนักที่ใช้สำหรับอาหาร สำหรับการลดน้ำหนักเร่งด่วนนั้น มักจะเป็นการลดน้ำหนักในเวลาระยะสั้น เช่น การลดน้ำหนัก 7 วัน ที่จะต้องใช้พลังกายและพลังใจในการทำ โดยสามารถแบ่งได้ตามความต้องการว่าชอบแบบใด ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหารนับแคลอรี่ การรับประทานอาหารคลีน การออกกำลังกาย หรือการรับประทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก สำหรับผู้ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาหารมื้อหลักที่มีแคลอรี่มากหรือไม่สามารถออกกำลังกายได้มักจะเลือกการรับประทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก ซึ่งอาหารเสริมลดน้ำหนักมีส่วนประกอบที่ช่วยในเรื่องการขับถ่ายและทำให้อิ่มนาน ลดความอยากอาหารลง ทำให้หน้าท้องแบนราบมากขึ้นจากการขับอุจจาระที่ค้างออกจากลำไส้ เป็นวิธีที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่มีเวลาสามารถเลือกวิธีออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและให้หุ่นฟิตเฟิร์มได้ด้วยการเดินเร็ว สลับกับการเต้นแอโรบิกและฝึกกายบริหารวันละ 30 นาทีต่อรูปแบบการออกกำลังกาย นอกจากน้ำหนักที่ลดลงก็จะทำให้ได้หุ่นที่กระชับได้สัดส่วนไปด้วย วิธีเหล่านี้สามารถทำได้ใน 7 วันก็จะเห็นผลทันตา

วิธีลดน้ำหนักและเมนูลดน้ำหนักที่ห้ามพลาด

วิธีลดน้ำหนักที่จะช่วยส่งผลต่อสุขภาพและร่างกายให้เฟิร์มในระยะยาวนั้น ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งเรามีวิธีที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง ได้แก่ 1. เปลี่ยนเมนูอาหารเช้าให้มีประโยชน์มากขึ้น ด้วยการรับประทานโยเกิร์ต ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ หรือธัญพืชกับนมอัลมอนด์หรือนมถั่วเหลือง การเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยทำให้ย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น ซึ่งดีกว่าการรับประทานอาหารที่ไขมันสูงตั้งแต่มื้อแรกของวัน 2. ทำให้มื้อกลางวันมีความน่ารับประทานแต่อุดมไปด้วยอาหารที่แคลอรี่ต่ำ แต่ให้โปรตีนสูง อาหารประเภทนี้มักต้องมีเมนูอกไก่ ไข่ต้ม และผักอย่างแตงกวา แครอทและมะเขือเทศ เพราะอกไก่เป็นอาหารที่มีไขมันน้อยแต่แคลอรี่ต่ำ ร่างกายสามารถย่อยได้ง่าย เป็นวัตถุดิบชั้นดีในการลดน้ำหนัก 3. เบรคด้วยของว่างระหว่างวัน เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้เต็มที่ ของว่างในที่นี้นั้นหมายถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ธัญพืชอบกรอบ หรือเจลลี่ที่ไม่มีน้ำตาล ต้องหลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีประโยชน์โดยเฉพาะจำพวกแป้งที่อยู่ในมันฝรั่งทอดหรือของทอดต่าง ๆ ห้ามตามใจปากเด็ดขาด 4. มื้อเย็นต้องเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำที่สุดของวัน มื้อเย็นควรรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่เพียง 25% ของวัน เพราะหลังจากนั้นจะเป็นเวลานอนทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานน้อยลง จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่สูง หากตอนกลางวันใช้แรงกายมากให้รับประทานเมนูลดน้ำหนักในอาหารที่มีจำนวนมากแต่แคลอรี่น้อยจะดีที่สุด และที่สำคัญเข้ารับประทานมื้อเย็นก่อนเข้านอน 4-6 ชั่วโมง 5. การลดอาหารประเภทโซเดียมให้น้อยลง ซึ่งโซเดียมนั้นอยู่ในเกลือ น้ำปลา และเครื่องปรุงรสทั้งหลาย แม้ว่าการเพิ่มเครื่องปรุงจะช่วยให้อาหารอร่อยขึ้น แต่ไม่เป็นผลดีต่อผู้ที่ลดน้ำหนัก เพราะจะทำให้ตัวบวม แม้ว่าน้ำหนักจะลดลงแล้วก็ตาม จึงควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมากหรือปรุงรสให้น้อยลง 6. การลดน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะน้ำตาลทรายหรือสารแทนความหวานก็ควรรับประทานให้น้อยลง เพราะน้ำตาลก็คือคาร์โบไฮเดรตอย่างหนึ่งที่จะถูกแปรสภาพไปเป็นไขมันสะสมนั่นเอง คนที่ชอบรับประทานอาหารรสหวานอาจจะไม่ถูกใจในข้อนี้ 7. การรับประทานผักให้มากขึ้นในทุกมื้อ การเพิ่มไฟเบอร์ให้กับระบบย่อยอาหารจะช่วยทำให้ขับถ่ายได้ดี ระบบขับถ่ายทำงานเป็นระบบและไม่ทิ้งค้างอุจจาระภายในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้คล่องขึ้น การเพิ่มผักใบเขียวเข้าไปทุกมื้อจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะผักที่มีกากใยจำนวนมาก

นอกจากนั้นการลดน้ำหนักคีโต หรือการกินอาหารแบบคีโตเจนิก ไดเอต (Ketogenic Diet) เป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นการกินไขมันเพื่อลดไขมัน กล่าวคือเป็นการกินที่เน้นไขมันสูงเป็นหลัก ตามด้วยโปรตีนเป็นรอง โดยเน้นการลดคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลให้เหลือน้อยแ แล้วแทนที่ด้วยไขมันจากพืชและเนื้อสัตว์แทน สำหรับการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักนั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด โดยหลายคนมักจะถอดใจเมื่อรู้ว่าการลดน้ำหนักที่ดีต้องควบคู่กับการออกกำลังกาย แน่นอนว่าต้องใช้ร่างกายมากและต้องอดทนกับความเมื่อยล้าแต่มันเป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก ๆ เช่น การกระโดดเชือก เพียงใช้แค่อุปกรณ์กระโดดเชือกกับออกแรงนิดหน่อยเพียง 10 นาที วันละ 2 ครั้ง ก็เท่ากับการออกกำลังกายโดยการวิ่งกว่า 30 นาทีเลยล่ะ วิธีนี้ช่วยให้ทำให้มีรูปร่างเพียว กระโดดเชือกลดน้ำหนัก 2 เดือนก็เห็นผล ลองออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่งวันละ 20 นาที ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ระบบไหลเวียดเลือดทำงานได้ดี ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือจะการเต้นแอโรบิกแบบคาร์ดิโอ จะช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี วิธีนี้จะเห็นผลเร็วมากถือเป็นการลดน้ำหนัก 1 เดือนที่ทำให้หลายคนประสบความสำเร็จ พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับให้ครบ 8 ชั่วโมงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและควบคุมการสะสมไขมันในร่างกายได้ดี จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้น้ำหนักลดลงได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น