ประโยชน์และสรรพคุณของโสมในทางการแพทย์ และด้านความสวยความงาม

“โสม” สุดยอดสมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคมากว่า 2,000 ปี มีสรรพคุณ โสมในทางการแพทย์และด้านความงาม ประโยชน์ ของ โสมมากมายที่ทำให้ผู้คนยอมรับในความสามารถ

ประโยชน์ ของ โสมแต่ละชนิด ทั้งโสมเกาหลี โสมอเมริกา และโสมไทย

โสม (Ginseng) คือพืชสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและเกาหลี มีประวัติอย่างยาวนานในการถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพกว่า 2,000 ปี มีหลากหลายสายพันธุ์แต่มี 2 สายพันธุ์หลักที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย คือ โสมเกาหลีหรือโสมเอเชีย (Panax Ginseng) และโสมอเมริกา (Panax Quinquefolius) มีการแบ่งชนิดของโสมตามอายุและวิธีการเก็บรักษา 3 ชนิด คือ “โสมสด” จะเก็บเกี่ยวช่วงอายุไม่เกิน 4 ปี “โสมขาว”จะเก็บเกี่ยวตอนอายุตั้งแต่ 4-6 ปี นำปอกเปลือกแล้วอบแห้ง และ “โสมแดง” คือโสมอายุ 6 ปี ด้านประโยชน์ของโสมนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของโสม เช่น ในโสมเกาหลีมีหลากหลายสรรพคุณโสมชนิดนี้จะช่วยบำรุงร่างกายบำรุงสมอง ช่วยลดความอ่อนล้า เพิ่มการดูดซึมออกซิเจนของเซลล์ ทำให้ระดับน้ำตาลหรือความดันในเลือดลดลง ไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่าปลอดโปร่ง มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ช่วยฟื้นฟูร่างกายในผู้ที่เพิ่งหายจากอาการป่วยไข้ ให้แข็งแรงเร็วขึ้น เป็นหนึ่งในพืชที่ใช้รักษามะเร็ง โรคหัวใจ ไวรัสตับอักเสบซี อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และอาการวัยทอง ซึ่งโสมชนิดนี้มีสารออกฤทธิ์สำคัญหลายชนิด เช่น จินเซนโนไซต์ (Ginsenosides) หรือ พาแน็กโซไซด์ (Panaxosides) นั่นเอง

ในโสมแดงว่ากันว่ามีส่วนช่วยรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเพิ่มพละกำลัง ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย กระตุ้นการทำงานของสมอง  ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยในการชะลอวัย เป็นต้น โสมชนิดนี้มีจินเซนโนไซด์เป็นสารประกอบสำคัญ ซึ่งผู้ที่ควรรับประทานโสมแดงเกาหลีนั้น ได้แก่ กลุ่มวัยเรียน กลุ่มที่ชอบเข้าสังคมดื่มแอลกอฮอล์ กลุ่มวัยทอง และกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีงานวิจัยที่ทดลองให้ผู้ชายอายุ 24-70 ปี จำนวน 393 ราย รับประทานโสมวันละ 3 ครั้ง นานติดต่อกันเวลา 4-12 อาทิตย์ ผลปรากฏว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับยาหลอกหรือ Placebo  และมีอีกงานวิจัยที่ให้ผู้ชายที่มีภาวะมีบุตรยากและเป็นโรคหลอดเลือดดำอัณฑะขอดจำนวน 80 ราย รับประทานโสมแดงขนาด 1.5 กรัมวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 12 อาทิตย์ เมื่อวิเคราะห์อสุจิและระดับฮอร์โมนในร่างกายเพศชาติหลังการทดลอง พบว่าอาจมีประโยชน์ต่อการรักษาภาวะมีบุตรยาก แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการสร้างอสุจิของโสมแดง ขณะที่โสมอเมริกาส่วนใหญ่จะถูกใช้เป็นยาบำรุงหัวใจและบำรุงเลือด ช่วยบำรุงสมอง แก้อ่อนเพลียทำให้หลับสบายเหมาะกับคนทำงานหนักพักผ่อนน้อย และแก้กระหายน้ำ เป็นต้น

โสมช่วยรักษาและป้องกันหลายโรค สุดยอดสรรพคุณ โสมที่ควรรู้ 

ด้านสรรพคุณโสมมีผลต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ทั้งช่วยส่งเสริมให้ร่างกายดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน ยังสามารถช่วยป้องกันและรักษาบรรเทาอาการต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย นั่นทำให้ประโยชน์ของโสมเป็นที่เลื่องลือมาอย่างช้านาน โดยจากการศึกษามีงานวิจัยที่เผยว่า โสมช่วยบรรเทาอาการของโรคมะเร็ง  เนื่องจากสารออกฤทธิ์ชนิดต่าง ๆ ในโสม เช่น จินเซนโนไซด์ (Ginsenoside) พอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) และเปปไทด์  (Peptide) เป็นต้น ที่ช่วยในเรื่องต้านมะเร็งซึ่งสารจินเซนโนไซด์ (Ginsenoside) มีอยู่ในโสมแดงและโสมเกาหลี มีกลไกสำคัญในการต้านมะเร็ง เช่น  ยับยั้งการสร้างเส้นเลือดใหม่ที่จะถูกส่งไปหล่อเลี้ยงเซลล์มะเร็ง หรือเข้าไปทำการยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็ง โดยเฉพาะในระยะส่งเสริม (Promotion Phase) และระยะก้าวหน้า (Progression Phase) หยุดวงจรชีวิตของเซลล์มะเร็ง เป็นต้น ด้านสารพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง และต้านอนุมูลอิสระบางชนิด รวมทั้งส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ในโสมยังมีสารซาโปนิน (Saponin) ที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดและอาจช่วยลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย ในปัจจุบันยังคงมีการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับโสมต่อไปเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพต่อผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการรับประทานให้ได้มากที่สุด

สำหรับสรรพคุณโสมไทยนั้น ส่วนเหง้าจะช่วยบำรุงธาตุ ช่วยบำรุงกำลังให้แก่ผู้รับประทาน แก้ไข้ แก้ไอ และในส่วนใบจะแก้อักเสบ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขับน้ำนมในคุณแม่ ช่วยขับปัสสาวะที่ติดขับ เป็นต้น ส่วนผู้ที่มีอาการแพ้โสมนั้น จะมีอาการหัวใจเต็วเร็วผิดปกติ รู้สึกเจ็บหน้าอก เวียนศีรษะหรือปวดศีรษะ มีความดันโลหิตต่ำหรือสูงจนผิดปกติ มีความรู้สึกเบื่ออาหาร อารมณ์แปรปรวนง่าย เกิดอาการท้องเสีย เป็นผื่นคันบริเวณผิวหนัง ไปจนถึงอาจมีเลือดออกทางช่องคลอด และเกิดผลข้างเคียงกับผู้ป่วยที่เป็นโรคแพ้ภูมิต้านทานตัวเอง ทำให้อาการที่เป็นอยู่แย่ลง เช่น ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ผู้ป่วยโรคเอสแอลอี(โรคพุ่มพวง) และผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง เป็นต้น ผู้ที่ป่วยโรคเบาหวาน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำลงเกินไปหากรับประทานโสมร่วมกันกับยารักษาเบาหวาน ผู้ป่วยซึมเศร้าก็อาจไปกระตุ้นร่างกายจนมากเกินทำให้มีอาการแย่ลง อย่างไรก็ตาม โสมสรรพคุณผิวนั้นช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวต่าง ๆ ที่เสื่อมสภาพ ชะลอความแก่ ลดริ้วรอยก่อนวัยเนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระจึงทำให้ผิวกลับมาเปล่งปลั่งเช่นเคย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *