ประโยชน์วิตามินซี มีอะไรบ้าง?

แน่นอนว่าสารอาหารในประเภทวิตามินที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี และสามารถหาซื้อรับประทานได้ง่ายอย่าง วิตามินซี นั้นได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวิตามิน C มีชื่อเต็มว่า กรดแอสคอบิค (Ascobic Acid) เป็นวิตามินที่คนเราไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ โดยต้องรับประทานเข้าไป หน้าที่หลักของวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยต่อสุขภาพของดวงตา ซึ่งประโยชน์วิตามินซีนั้นมีมากมายและเป็นประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยปกป้องเซลล์ ทำให้เนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นแข็งแรง และคอลลาเจนที่ร่างกายผลิตก็มีผลจากปริมาณวิตามินซีที่ได้รับ ช่วยให้ร่างกายรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ๆ ได้อีกด้วย นอกจากนั้นการรับประทานวิตามินซีสามารถร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ๆ ได้ เช่น วิตามินอี ฟลาโวนอย และแคโรทีน เป็นต้น โดยด้าน USA Vitamin C recommendations ได้กำหนดขนาดของวิตามินซีที่ควรได้รับ คือ ผู้ชาย วัยผู้ใหญ่ ควรได้รับปริมาณ 90 mg/วัน และผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ควรได้รับปริมาณ 75 mg/วัน ส่วนควรรับประทานวิตามินซียี่ห้อไหนดี เรามีคำตอบให้คุณ

หากขยายความถึงวิตามินซี ประโยชน์ที่ได้รับนั้นยังมีอีกมากมาย เช่น ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น ต้อกระจก ต้อหิน อาการตาบอดเฉียบพลัน เนื่องจาก vitamin c สามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่าง ๆ ได้ เช่น จากรังสีอัลตราไวโอเลต จากควันบุหรี่ ซึ่งเป็นสิ่งกระตุ้นชั้นดีให้เกิดโรคต้อกระจก ช่วยบรรเทาและรักษาโรคหวัดให้หายไวขึ้น ควรรับประทานวิตามินซีตั้งแต่เริ่มแรกที่มีอาการจะช่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น เพราะวิตามินซีเข้าไปซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยการเสริมสร้างผลังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้นและลดการอักเสบได้อีกด้วย ช่วยเพิ่มความต้านทานต่อผู้เป็นโรคหัวใจที่เข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย อีกทั้งบรรเทาอาการแพ้ต่าง ๆ อาการหอบหืด ไซนัส ที่วิตามินซีจะเข้าไปเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ให้ร่างกายกลับมาแข็งแรง นับว่าวิตามินซีช่วยอะไรให้กับร่างกายมนุษย์เราได้มากมาย ไม่แพ้สารอาหารชนิดต่าง ๆ หรือวิตามินชนิดอื่น ๆ

ทำไมถึงต้องกินวิตามินซี แล้วจะเลือกวิตามินซียี่ห้อไหนดี?

วิตามินซีนั้นมีแหล่งที่มาจากผัก ผลไม้ และสัตว์ เช่น โขม กะหล่ำดอก พริกหวาน แบลคเคอเรนท์ บลอคเคอรี่ กูสเบอร์รี่ อะเซโรล่า พลัม ในเนื้อสัตว์และตับสัตว์ การปรุงอาหารในแต่ละครั้งทำให้คุณค่าในวิตามินซีมีปริมาณลดลงได้ถึง 60% ดังนั้นจึงไม่ควรปรุงอาหารให้สุกเกินไป ส่วนการลวกผักในแต่ละครั้งวิตามินซีจะละลายออกมาอยู่ในน้ำลวก ฉะนั้นประโยชน์วิตามินซีจะได้ครบถ้วนเมื่ออยู่ในผักและผลไม้สดที่ยังไม่สุก อีกทั้งการเก็บรักษาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คงไว้ซึ่งคุณค่าที่ดีที่สุดคือการนำไปถนอมด้วยการแช่เย็น เพราะการถนอมด้วยการดอง การเชื่อม การอบแห้งจะทำให้ปริมาณวิตามินลดลง สำหรับผู้ที่สงสัยว่าควรเลือกซื้อวิตามินซียี่ห้อไหนดี ขอแนะนำ DHC Vitamin C, SUPURRA VitaminC, Blackmores Vitamins Bio C, Swiss Energy, Mega We Care NAT C, Vistra Acerola Cherry 1000mg PLUS Citrus Bioflavonoids, ACEROLA CHERRY USA และ NUTRILITE Bio C Plus All Day Formula

ส่วนข้อสงสัยว่ารับประทานวิตามินซี 1000 mg ยี่ห้อไหนดีนั้น เราขอแนะนำยี่ห้อต่อไปนี้ Blackmores Vitamins Bio C 1000 mg, Solgar, Vitamin C With Rose Hips, 1500 mg, Mega We Care NAT C 1000 mg, Acorbic VITAMIN C-1000 mg, C-FORCE 1000 mg และ Vistra Acerola Cherry 1000mg PLUS Citrus Bioflavonoids นอกจากนั้นยังมีความนิยมในการรับประทานวิตามินซีเกาหลีอย่าง โคเรียอึนดัน 1000 mg KOREA EUNDA VITAMIN C ที่มีวิตามินซีล้วน ๆ และมีแบบส่วนผสมอื่นที่ช่วยเสริมการทำงานของวิตามินซีให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเรื่องที่สำคัญอย่าง วิตามินซีกินตอนไหนดี? โดยปกติแล้วเราควรกินหลังอาหารเช้า เพราะช่วงเวลาที่ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีจะอยู่ช่วงเช้าของแต่ละวัน ในเวลาระหว่าง 9 – 11 โมงเช้าเป็นเวลาดีที่สุดที่ร่างกายจะดูมซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งข้อควรระวังในการรับประทานวิตามินซีคือ การรับประทานขนาดสูงมากกว่า 1,000 mg ต่อวันอาจทำให้เกิดท้องเสีย การไม่รับประทานอาหารเช้าและทานวิตามินซีตอนท้องว่างจะทำให้เกิดระคายเคืองภายในทางเดินอาหาร เนื่องจากวิตามินซีมีความเป็นกรดอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไจนถึงคลื่นไส้ อาเจียน และปวดหัว รวมทั้งอาจเกิดนิ่มในทางเดินปัสสาวะได้ ดังนั้นการรับประทานวิตามินซีควรดื่มน้ำตามมาก ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น